Evaluate team collaborative with marshmallow challenge


ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า TED นี้สามารถนำไปใช้ทำ Action research ได้สบายๆ
ขั้นตอนมีดังนี้
1. Schedule a Meeting ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันว่ามีเวลาเท่าไหร่ กติกาเป็นอย่างไร และเราจะดำเนินกิจกรรมตามนี้

2. Assemble a Kit for Each Team แนะนำอุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่

  • Spaghetti: Fettucini (very thin)
  • String: เชือก
  • Marshmallow: อย่าลืมตั้งชื่อให้มันด้วย
  • Masking Tape สามารถใช้ติดได้ทุดอย่าง ติดกับพื้นก็ได้
      - ตลับเมตร
      -โปรเจ็คเตอร์
      - นาฬิกานับถอยหลัง

3. Deliver Clear Instructions 
  • Build the Tallest Freestanding Structure: ฐานห้ามติดกับอะไรทั้งสิ้น
  • Entire Marshmallow on top
  • Use as Much or as Little of the Kit: ใช้สปาเกตตี้เพียง 20 อันเท่านั้น
  • Break up the Spaghetti, String or Tape: หักสปาเกตตี้ได้ ตัดเทปได้ ตัดเชือกได้
  • The Challenge Lasts 18 minutes: ใช้เวลา18 นาที เมื่อหมดแล้วโดยห้ามทำอะไร
4. Start the Challenge พยายามเดินไปดู เตือนเรื่องเวลา และห้ามทีมใดแหกกฏ
5. Finish the Challenge 
  • วัดความสูง
  • ประกาศทีมชนะ และให้รางวัล
  • สรุปกิจกรรม (อาจนำเวลาของแต่ละทีมมาสร้างเป็นกราฟก็ได้ แล้วเทียมกับครั้งก่อนๆ ที่เราทำ)
แล้วเราจะนำสิ้งนี้ไปคิดต่อในด้านการศึกษาได้อย่างไร
+1 กลุ่มนักเรียนที่ ใช้เวลาน้อยที่สุด ดูผลการเรียนเมื่อหมดเทอม
+1 ความสามารถในการคิดอย่างสร้างสรรค (คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น คิดริเริ่ม ฯลฯ)
+1 พิสูจนว่า "Done better than perfect
+1 Prototype first not Principle first 
 





ที่มา : http://marshmallowchallenge.com/Instructions.html

เทคโนโลยีเชื่อมหนังสือกับสื่อออนไลน์


เป็นอะไรที่ง่ายแต่น่าสนใจมาก สำหรับ QR Code เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถพิมพ์ลงไปในหนังสือได้ แต่ทุกวันนี้สมาร์ทโฟน หรือเทคโนโลยีต่างๆทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น หนังในนั้นก้คือ QR Code เพราะสามารถทิ้งข้อความ หรือ ลิ้งไว้ได้ ทำให้เราสามารถใช้โทรศัพท์เป็นตัวเชื่อมระหว่างหนังสือ ซึ่งเป็นสื่อคลาสสิคที่มีเสน่ห์ในตัว กับ Video, Sound record, File etc. สิ้งนี้จึงจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หนังสือ hand book ของผมจะมี เพราะทำให้สามารถเชื่อมโยงมาถึงฐานข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตที่ผมถนัดได้

Tag:

Crative Education in next centuries

การรับเข้า เอาความอยากเรียนเป็นฐาน
ครู ทำหน้าที่เป็นโค้ช เปรียบเทียบกับ การเรียนรู้จากพระคัมภีร์
การเรียน ความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ใช่สอนความคิดสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์=คิดต่าง+เกิดประโยชน์
ฐาน station มีสิ่งที่อำนวยความสะดวก และ สนับสนุนการเรียนรู้
การใช้อปพลิเคชั่น (เทคโนโลยี) มาสร้างสรรค์การเรียนรู้

ex. การทำหนัง
มั่วๆไป เรียนรู้เครื่องมือ ชินแล้ว

เริ่มทำ มั่วๆอีก เอาความเคยชินมาเล่นอีก จากการตั้งคำถาม (คำถาม ทำไม อย่างไร) แน่นอนว่าข้อสอบไม่ใช่ตัวเลือกแน่นอน ที่ถามเพียงแค่ อะไร แล้วมีตัวเลือกมาให้

สอนโดยไม่สอน แต่กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ ถ้าถามว่าอะไร ก็ต้องหาเหตุผลมา

การประเมินผล คำถามเดียวกันแต่คำตอบเยอะ มันไม่ขึ้นอยู่กับคำถามของครูแต่ขึ้นอยู่กับความรู้ของนักเรียน  แคนดี้ครัช

ความต่างต้องไม่ผิด

ออกแบบการสอนให้เฉพาะเจาะจงกับนักเรียนแต่ละคน

ทุกคำตอบรับได้หมด แค่ตอบ แค่ถามก็ได้คะแนนแล้ว

ความรู้เกิดจากผู้เรียน ไม่ได้เกิดจากผู้สอน

ชมรมนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์

เลิกการลอกด้วยการให้เอาความรู้มาดูเลย อยู่กันที่คำถามที่จะทำยังไง และจะวัดผลอย่างไร

ผู้ปกครองอยากให้เปลี่ยนจากการเป็นคนคาดหวังมาเป็นคนที่กำลังใจ อย่างงี้หรอลูก ลุยมันเลย